Archira's profileArchira ~The ROCKER~PhotosBlogLists Tools Help

Natapon Jitweerakul

Occupation
Interests
Lists

Archira ~The ROCKER~

>> MuSiC iS mY lIfE <<
Photo 1 of 7
March 20

MUSIC is my life!!

เมื่อวานเล่าเรื่องเรียนเครียดๆ ไปแล้ว วันนี้เลยคิดว่าเล่าเรื่องเบาๆ มั่งดีกว่า
นั่นก็คือเรื่อง "ดนตรี" นั่นเอง
 
อันที่จริงตอนมาญี่ปุ่นใหม่ ก็คิดว่าตลอด ๑ ปีที่อยู่ที่นี่ คงจาไม่แตะกีต้าร์หรือเบสแน่เลย
สุดท้ายก็อดไม่ได้ ซื้อมันทั้งกีต้าร์และเบสเลย (เล่นเอาจน)
แต่จะว่าไปแล้วมันก็คุ้มอยู่เพราะ เบสกะกีต้าร์รวมกันราคาอยู่ที่ ๘,๐๐๐ บาทเท่านั้น
ถามว่าได้เล่นบ่อยมั้ย ก็ไม่บ่อยหรอก บางทีก็ปล่อยทิ้งไว้เป็นอาทิตย์ๆ
แต่ถ้าวันไหนอยากเล่นดนตรีแล้วไม่ได้เล่น มันก็ถึงขั้นลงแดงได้เหมือนกัน
ที่ซื้อมาก็เพราะเหตุผลนี้แหละ  (เหมือนติดยา ฮะฮะ)
หลายคนอาจคิดว่ามึงจาซื้อทำไมที่บ้านก็มีอยู่แล้ว ซื้ออะไรที่มันจำเป็นกับชีวิตกว่านี้ไม่ดีกว่าเหรอ
ผมคงต้องตอบว่า "ก็ดนตรีคือชีวิตของผมนี่หน่า"
ไม่มีดนตรีก็ไม่มีชีวิต แล้วของที่จำเป็นกับชีวิตมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ จริงมั้ย เหอๆ
 
จะว่าไปผมก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกัน
ว่าเด็กที่ไม่เคยสนใจอะไรนอกจากการเรียนกับวิดีโอเกมส์ จะเปลี่ยนตัวเองไปได้ถึงขนาดนี้
คงเป็นเพราะวงร็อคญี่ปุ่นที่ชื่อ L'Arc~en~Ciel นั่นแหละมั้ง
พวกคุณๆ คงเคยถามและเคยถูกถามคำถามที่ว่า "ระหว่างตาบอดกับหูหนวกเลือกอะไร?"
ผมเชื่อว่าหลายคนคงตอบว่า "หูหนวก" เหมือนกับตัวผมเมื่อก่อน
ก็ไม่แปลก ใครล่ะจะไปยอมตาบอด มองอะไรก็ไม่เห็น ต้องทนอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความมืดมิด
แต่พวกเขานี่แหละที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองสามารถมองเห็นแสงสว่างได้จากการฟังดนตรี
 
เมื่อเดือนก่อน (๑๖ ก.พ) ผมได้ไปดูคอนเสิร์ตของพวกเขามาด้วย
คนดูเยอะมากจริงๆ เต็มความจุของฮอลล์
แค่เห็นจำนวนคนดูก็ตื่นเต้นจนทนไม่ไหวแล้ว  แต่...
แต่ดูจบแล้วบอกได้คำเดียวว่า... "ห่วย" เพราะ
๑) ตั๋วคอนเสิร์ตแพง
๒) ซาวด์ห่วย เสียงแตกๆ 
๓) เล่นแต่เพลงในอัลบั้มล่าสุด ซึ่งห่วยและ ชวนให้หลับเหลือเกิน
    (จำลิสต์เพลงไม่ได้อะ จำได้แค่ว่าเปิดด้วยเซเว่นเฮเว่น และจบด้วย เฮอรี่คริสต์มาส) 
๔) คนดูไร้อารมณ์สิ้นดี (อาจเป็นเพราะเค้าเน้นเรื่องความปลอดภัยเลยไม่ให้สะบัดกันเหมือนเมืองไทย)
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ระหว่างที่คนดูคนอื่นเฮกัน ผมจึงปล่อยตัวเงินตัวทองใส่พวกเขาไปหลายตัวทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ผมปล่อยมันไปด้วยรอยยิ้ม อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน
เพราะผมดีใจ... ที่... "ความฝันเล็กๆ ของผมเป็นจริงแล้วอย่างนึง..."
 
 
 
 
 
 
 
 
 
March 19

ครึ่งปีผ่านไป...

เฮ้อ... ในที่สุดก็ได้อัพสเปซเป็นครั้งที่ ๒ หลังจากที่ได้เดินทางมาถึงญี่ปุ่น
 
เผลอแป๊บเดียวผ่านไปแล้ว ๖ เดือน เร็วจริงๆ
 
คราวที่แล้วพูดถึงความเป็นอยู่ทั่วไปไปแล้ว คราวนี้มาว่าถึงเรื่องเรียนอย่างจริงจังกันซักหน่อยดีกว่า
 
ก่อนที่จาเริ่มเรียนอาจารย์บอกว่าเรียนที่นี่ปีนึง เท่ากับเรียนที่ประเทศของพวกคุณ ๔ ปีเลยทีเดียว ซึ่งผมก็เชื่อ
แต่ไปๆมาๆ ผ่านไปครึ่งทางแล้วผมก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองจาเก่งขึ้นซักเท่าไหร่เรย
สิ่งที่ได้จากการเรียนในเทอมที่ผ่านมาดูเหมือนจะมีแค่อย่างเดียวคือ การได้รับรู้ว่าตัวเองแม่ง "ห่วยชิบหาย"
ฟังก็ฟังม่ายค่อยรู้เรื่อง พูดก็พูดม่ายค่อยได้  ในขณะที่คนอื่นเค้าคล่องปรื๋อ
ลองถามเพื่อนคนเกาหลีที่พูดเก่งๆ คนนึงว่าเรียนมานานเท่าไหร่
มันบอกว่าเรียนด้วยตัวเองมาประมาณ ๒ ปี
"เฮี่ย" กูเรียนมาปีนี้ปีที่ ๘ ซึ่ง ๔ ใน ๘ เป็นการเรียนในคณะอักษรศาสตร์จุฬา ยังไม่ได้ขี้ตีนมันเรย
หลังจากที่ได้รู้ว่าภาษาเกาหลีกับญี่ปุ่น มันเหมือนกันมาก ในขณะที่ภาษาไทยกะญี่ปุ่นแทบไม่มีอะไรที่คล้ายกันเลย ก็พอทำใจยอมรับได้
แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เป็นคนขี้อิจฉา , เกลียดความพ่ายแพ้ หรือยังไงก็ไม่ทราบ ไฟในใจมันก็ลุกขึ้นมากครั้งในช่วงปิดเทอมนี้
"ไม่ว่ามันจะเป็นคนจีน คนเกาหลีหรือคนห่าเหวอะไรก็ตาม กูจะเก่งกว่ามันให้ได้" ผมสัญญากับตัวเอง
จริงๆ ก็รู้แหละว่าการแข่งกับตัวเองเป็นสิ่งที่ดีกว่า เมื่อก่อนทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนก็สอนผมมาอย่างนี้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้ว่าเราจะชนะตัวเองได้ แต่ตราบใดที่เราไม่มีความทะเยอทะยานอยู่เลย คนเราก็พัฒนาตัวเองให้ไปข้างหน้าไม่ได้ ผมเชื่อเช่นนั้น
 
เพราะฉะนั้นตั้งแต่นี้ไป "ผมจะสู้!!"
 
 
 
 
 
 
December 23

๓ เดือนแรกในฟุกุโอกะ

สวัสดีทุกท่านที่แวะเวียนเข้ามาอ่าน
ผมเชื่อว่าหลายท่าน ณ ที่นี้คงไม่คิดว่าสเปซผมจะมีการอัพอีกแล้ว แต่ผมก็อัพมันจนได้
 
ขณะนี้ผมอยู่ที่เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่นครับ ที่นี่หน้าหนาวอากาศหนาวใช้ได้เลยทีเดียว
แถมต้องเจอการบ้านและรายงานกองเท่าภูเขาอีก แทบแข็งแน่ะ
แต่ไม่ต้องเป็นห่วงไป ตอนนี้ผมสบายดี 
สบายกว่าตอนอยู่เมืองไทยอีก เพราะมีทุกอย่างพร้อม ทั้งทีวี  อินเตอร์เน็ต  และเบส...
พวกคุณๆล่ะ เป็นยังไงกันบ้าง  ผมคิดถึงพวกคุณทุกๆคนเลยนะ
 
ชีวิตที่นี่เพอร์เฟ็กต์มาก บรรยากาศดี  เพื่อนดี  อาจารย์ดี เสียอย่างเดียวของกินแพงมาก
ช่วงนี้เลยหันมาบริโภคของแช่แข็งและบะหมี่ถ้วยเป็นหลัก ฮะฮะ 
 
๓ เดือนแล้วเหรอเนี่ย... เร็วจริงๆ... รู้สึกเหมือนเพิ่งมาถึงเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเอง
ในช่วง ๓ เดือนนี้ จะว่าไปก็ได้อะไรๆมาเยอะเหมือนกันนะ ประสบการณ์ ความรู้ และความรัก...(รักตัวเองที่โดนการบ้านทำร้าย) 
ลองดูในรูปก็แล้วกันนะครับว่าผมไปเจออะไรมาบ้าง... แล้วเจอกันใหม่ 
October 22

L'Arc~en~Ciel festival unfinished live 22/10/2006

         และแล้ววันนี้ก็มาถึง วันที่จะได้ขึ้นเวทีเล่นเพลงของ L'Arc~en~Ciel ที่อยากจาเล่นมาตั้งแต่เริ่มจับเบสใหม่ๆ อุตส่ารีบบึ่งไปแต่เช้า ปรากฏว่ายังไม่เห็นสมาชิกวงคนอื่นๆ มากันเรย แอบเซ็ง แต่ก็โอเค โดยรวมถือว่าทุกอย่างก็ไปได้สวย เสียตรงที่เกร็งไปหน่อย เรยเล่นผิดไปเยอะเหมือนกัน เอาเหอะ ยังไงก็เนียนไปได้จนจบโดยไม่ล่มละกัน (เสียดายอุตส่าห์ซ้อมมาตั้งอาทิตย์เต็มๆก็ยังปล่อยให้พลาดอีก เฮ้อ)
         ขอขอบคุณทุกคนที่มีส่วนให้งานนี้ผ่านไปได้ด้วยดี (พูดเหมือนจัดเองแฮะ) ขอบคุณสมาชิกวง Dirt Bleach ทุกคน กิ จิน พี่โอ๊ต พี่โจ้ (บายนะพี่โจ้ หวังว่าคงจาได้มาเล่นด้วยกันอีก) ที่ร่วมกันซ้อมมาจนถึงวันนี้ และทำให้ความฝันนี้ของผมเป็นจริงขึ้นมาได้/ เบส สำหรับการติดต่อประสานงาน / จูส หนึ่งเดียวที่ตามมาเชียร์ (เพราะคนอื่นแคนเซิลหมด) / จ๋า ที่อุตส่าห์รอดูพี่เล่นจนจบ (พี่เล่น snow drop ให้แกแล้วนะ ได้ร้องตามรึป่าว อิอิ) /  วง L'Arc~en~Ciel ที่เป็นแรงบันดาลใจมาตลอดชีวิตการเล่นดนตรี / และสุดท้ายขอบคุณตัวเองที่พยายามมาได้จนถึงขั้นนี้ ทั้งๆที่สภาพร่างกายและจิตใจไม่เอื้ออำนวยก็ตาม... 
         เฮ้อ... หมดแรงว่ะ... ไม่อยากจะคิดเรยว่าต่อจากนี้ไปจะเกิดอะไรกับชีวิตของผมบ้าง ไหนจะต้องทำงานที่สุมหัวอยู่ตอนนี้ให้เสร็จโดยเร็วที่สุดแล้ว ยังต้องเคลียร์ปัญหาที่ยังค้างคาอยู่ด้วย...  เอาเหอะ... สู้เว่ย!!